วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า

คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า




ประวัติ คาถาพระปัจเจกะโพธิ์โปรดสัตว์ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ต.บางนมโค อ.เสนา จ.อยุธยา
คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า
คาถาพระปัจเจกะโพธิ์

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (ตั้งนะโม 3 จบ)

วิระทะโย วิระโคนายัง
วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ
มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม

คาถาพระปัจเจกะโพธิ์นี้ ว่า 3 จบ หรือ 5 จบ หรือ 7 จบ หรือ 9 จบ ก็ได้แต่ต้องสม่ำเสมอจึงจะเกิดผล


ประวัติ คาถาพระปัจเจกะโพธิ์โปรดสัตว์

พระ คาถาพระปัจเจกะโพธิ์โปรดสัตว์นี้ หลวงพ่อปาน (พระครูวิหารกิจจานุการ) วัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เรียนมาจากครูผึ้ง จังหวัดนครศรีธรรมราช (ท่านทาทานให้ขอทานครั้งละ ๑ บาท ซึ่งสมัยนั้นก๋วยเตี๋ยวข้าวแกงจานละห้าสตางค์เอง)

เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๒ หลวงพ่อปาน พร้อมด้วยคณะได้เดินทางไปทุกภาคขอประเทศไทย ทิศเหนือไปถึงเชียงตุงของพม่า ทิศตะวันออกไปสุดภาคอีสานและได้ขออนุญาตข้ามเขตไปในอินโดจีนของฝรั่งเศลถึง ประเทศญวน ทิศใต้ได้ไปถึงปีนังของอังกฤษ

พบท่านครูผึ้ง

เมื่อ ไปถึงนครศรีธรรมราช ในเย็นวันที่ได้ไปถึงนั่นเอง ขณะที่หลวงพ่อปานเข้าห้องจำวัดพักผ่อน โดยมีพระภิกษุอุปฐากกับทายกคอยเฝ้าอยู่หน้าห้องพักนั้น ประมาณเวลา ๑๗.oo น. ได้มีท่านผู้มีอายุท่านหนึ่ง รูปร่างเพรียว ท่าทางสง่า ผิวขาว นุ่งห่มผ้าม่วงสีน้ำเงินสวมเสื้อนอกราชประแตน กระดุม ห้าเม็ด ถุงเท้าขาว รองเท้าคัชชูสีดำ สวมหมวกสักหลาด ถือไม้เท้าเลี่ยมทอง ได้มาหาระอุปฐากถามว่า ‘หลวงพ่อตื่นแล้วหรือยัง?’ ก็พอดีได้ยินเสียงหลวงพ่อพูดออกมาจากห้องว่า ‘ไม่หลับหรอกแหมนอนคอยอยู่ คิดวาผิดนัดเสียแล้ว’ แล้วหลวงพ่อก็เดินออกมาจากห้องพัก เมื่อนั่งลงแล้ว ผู้เฒ่าผู้มาหาพูดว่า ‘ผมไม่ผิดนัดหรอกครับ เห็นว่าท่านเพิ่งมาถึงใหม่ๆ กำลังเหนื่อย และมีคนมาคอยต้อนรับกันมากก็เลยรอเวลาไว้ก่อน ตอนเย็นนี้คิดว่าว่างจึงเลือกเวลามา’ ขณะที่ท่านทั้งสองพูดคุยกันอยู่นั้นสร้างความสงสัยให้แก่คณะที่ได้ไปด้วยกัน เป็นอันมาก เพราะไม่เคยเห็นว่าคนทั้งสองพบกันที่ไหนเลย ทำไมจึงพูดกันถึงเรื่องนัดหมาย ขณะที่คณะเกิดสงสัยนั่นเองหลวงพ่อได้พูดว่า ‘พวกเราสงสัยหรือ? ไม่ต้องสงสัยอะไรอีกต่อไป โยมผู้เฒ่านี้ได้ทางใน ฉันพบกับโยมตั้งแต่เดินทางมาถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และได้

นัด หมายกันไว้ว่าจะมาพบกันที่นี่ ต่อไปนี้พวกเราจะพ้นความยากจนแล้ว เพราะโยมผู้นี้มีของดี’ แล้วหลวงพ่อก็พูดกับผู้เฒ่านั้นว่า โยมมีของดี ก็เอาของดีออกมาอวดพวกนี้หน่อยซิ หรือมีอะไรขัดข้อง?

ท่านผู้เฒ่าได้บอกว่า ท่านชื่อผึ้ง อายุ ๙๙ ปี

ท่านครูผึ้งเล่าประวัติพระคาถา

(มอง ดูแล้วคนในคณะที่ไปกับหลวงพ่อ อายุ ๕o เศษ เหมือนจะแก่กว่าเท่าๆกับท่าน) เมื่ออายุท่านได้ประมาณ ๔o ปี ได้มีพระธุดงค์เดินธุดงค์มารูปเดียวท่านเห็นพระรูปนั้นแล้วรู้สึกเลื่อมใส มาก จึงได้นิมนต์ให้พักอยู่เพื่อบำเพ็ญกุศล ๔ วัน ได้ปฎิบัติท่านอย่างดีเท่าที่จะทำได้ ได้เรียนกรรมฐานจากท่าน ท่านได้สอนให้เป็นอย่างดี เมื่อจะกลับท่านพูดว่า ‘โยมฉันจะลากลับ ต่อไปจะไม่ได้มีโอกาสผ่านมาอีก หากโยมอยากพบอาตมา ก็ขอให้จุดธูปอาราธนาพระ แล้วอาตมาจะมาพบทางใน’ แล้วท่านได้มองพระคาถาพระปัจเจกะโพธิ์โปรดสัตว์บทนี้ให้ พร้อมทั้งอธิบายวิธีปฎิบัติ ท่านว่าทำเพียงเท่านี้พอเลี้ยงตัวรอด เงินทองของใช้ไม่ขาดมือ ถ้าปฎิบัติเป็นกรรมฐานทำให้ถึงญาณแล้วจะร่ำรวยเป็นเศรษฐี โยมเอาพระคาถาบทนี้ภาวนาเป็นกรรมฐานเถิดนะ ไม่เกิน ๒ ปี โยมจะรวยใหญ่ เงินทองจะหลั่งไหลมาเอง พระคาถาบทนี้ของปัจเจกะพุทธเจ้า ตระกูลอาตมาได้เรียนสืบต่อกันมาทุกคน ไม่มีใครจน อย่างจนก็พอเลื้ยงตัวรอด

ให้หลวงพ่อปานเรียนพระคาถา

เมื่อ พูดจบได้มองพระคาถาให้หลวงพ่อเรียนแล้วบอกว่า ได้โปรดอย่าปิดบังพระคาถาบทนี้เลย ขอให้กรุณาแจกเป็นธรรมทานด้วย แล้วหลวงพ่อก็หลับตาเข้าสมาธิ ท่านครูผึ้งก็หลับตาเข้าสมาธิต่างคนต่างหลับตา ประมาณ ๕ นาที ก็ลืมตาขึ้นพร้อมกันต่างคนต่างยิ้ม เสียงท่านครูผึ้งพูดว่า ‘ผมดีใจด้วยที่ต่อไปเบื้องหน้าท่านจะได้ศิษย์คู่ใจ’ หลวงพ่อก็หัวเราะ

ตอบคำถามหลวงพ่อ

หลวง พ่อถามว่า ท่านอาจารย์ทำนานนักไหม จึงจะรู้ผล อาจารย์ตอบว่า ไม่นานครับ ประมาณเดือนแรกผ่านไปเริ่มรู้ผล ผลระยะแรกให้ผลในทางกินก่อน เช่นหุงข้าวตามธรรมดา คนกินในบ้านก็กินเท่าเดิม เพิ่มการใส่บาตร แต่ข้าวเหลือ
 
credit : เวปพลังจิต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น